ชลประทานที่ 1 ตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤติภัยแล้ง บริหารจัดการน้ำช่วงแล้ง

สำนักงานชลประทานที่ 1 ตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤติภัยแล้ง ปี 2562/63 เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และลดความเสียหายที่จะเกิดแก่เกษตรกร ขณะที่ โครงการชลประทานเชียงใหม่ขอความร่วมมือเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรัง ปี 2562/63

นายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ เปิดเผยในการแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ วันอังคารที่ 7 มกราคม 2563 ที่ห้องประชุม 4 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ว่า ปัจจุบันความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศโลก และความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ เป็นผลให้ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ภูมิอากาศแห้งแล้ง ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ปริมาณฝนตกน้อยและทิ้งช่วงเป็นระยะเวลานาน อาจเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร สร้างความเสียหายแก่ประชาชนและผลผลิตทางการเกษตร ทางสำนักงานชลประทานที่ 1 จึงได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ แก้ไขและบรรเทาวิกฤติภัยแล้ง ปี 2562/63 ในเขตรับผิดชอบของสำนักงานชลประทานที่ 1 (จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน) เพื่อให้สามารถดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ ทั้งยังเป็นการลดปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร และลดความเสียหายที่จะเกิดแก่ประชาชนและผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย

สำหรับสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำช่วงภัยแล้งนั้น พบว่า ภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก มีปริมาณน้ำ 294.78 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 43.36% ของความจุอ่าง และคาดว่าในช่วงฤดูแล้งนี้จะมีปริมาณฝนน้อยกว่าเกณฑ์เฉลี่ย 5-10% ด้วยสภาพน้ำต้นทุนที่มีจำกัด จึงได้มีการกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการน้ำ 6 มาตรการ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

1. ประตูระบายน้ำ/ฝาย ที่รับน้ำจากแม่น้ำปิง จะเปิดรับน้ำเฉพาะการอุปโภคบริโภคได้ตลอดฤดูแล้ง สำหรับการใช้น้ำเพื่อการเกษตร ขอความร่วมมือให้งดปลูกข้าวนาปรัง ปี 2562/63

2. สำนักงานชลประทานที่ 1 จะรักษาเสถียรภาพของตลิ่งลำน้ำปิง ให้รับน้ำเข้าในเกณฑ์ต่ำสุด ตามแผนการรับน้ำที่กำหนดไว้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของตลิ่งตลอดทางน้ำ และควบคุมการปิดกั้นทางน้ำ (แม่น้ำปิง) ที่จะเป็นอุปสรรคในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง

3. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง ควบคุม ไม่ให้มีการปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำ คู คลอง และแหล่งน้ำต่างๆ เนื่องจากทำให้ต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อเจือจางน้ำเสีย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่ต้องสำรองไว้ให้เพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศตลอดฤดูแล้งนี้และต้นฤดูฝนหน้า ในส่วนของสถานีสูบน้ำของการประปาส่วนภูมิภาค และการประปาส่วนท้องถิ่น สามารถทำการสูบน้ำได้ตามปกติ

4. สถานีสูบน้ำของการประปาส่วนภูมิภาค และการประปาส่วนท้องถิ่น สามารถทำการสูบน้ำได้ตามปกติ ตามแผนการสูบน้ำที่ได้เสนอกรมชลประทานไว้แล้ว

5. ขอความร่วมมืองดการเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง ในแม่น้ำปิง และในระบบชลประทาน (คลองส่งน้ำ/เหมืองส่งน้ำ) ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2562 – 15 พฤษภาคม 2563

6. ขอความร่วมมือสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปิงตอนบน สูบน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกตามปฏิทินการสูบน้ำที่สำนักงานชลประทานที่ 1 ได้วางแผนรอบเวรการสูบน้ำไว้แล้ว

ข่าวชิ้นนี้เผยแพร่โดย iChiangMaiPR.com
หมวดหมู่: สังคม, สิ่งแวดล้อม
คำค้น: , , , , , ,